บทความเพื่อสุขภาพ

ค้นหาบทความ

มะเร็งเต้านม

ตรวจเต้านมด้วยแมมโมแกรมแม่นยำ ปลอดภัย

ปัจจุบันมะเร็งเต้านมเป็นมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับต้นๆ ของมะเร็งในเพศหญิง พบได้บ่อยในคนที่อายุมากที่อยู่ในวัยทองหรือหลังวัยทองไปแล้ว การตรวจพบและรักษามะเร็งในระยะเริ่มแรก ซึ่งมีขนาดเล็กจะมีโอกาสรักษาให้หายขาดได้สูงกว่ามะเร็งในระยะที่แพร่กระจายแล้ว ดังนั้นการหมั่นตรวจเต้านมด้วยตนเองเป็นประจำทุกเดือนและการตรวจแมมโมแกรมหรืออัลตร้าซาวด์เมื่อถึงวัยอันควรจะทำให้มีโอกาสพบมะเร็งขนาดเล็กได้เร็วขึ้น

การตรวจแมมโมแกรมกราฟฟี่หรือแมมโมแกรมเป็นการตรวจทางรังสีชนิดพิเศษที่สร้างภาพภายในเนื้อเยื่อของเต้านมโดยใช้รังสีเอ็กซ์ขนาดกำลังต่ำมีประสิทธิภาพในการตรวจหามะเร็งเต้านมได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ทำให้การรักษาได้ผลดีและเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดอัตราการเสียชีวิตของผู้หญิงจากการเป็นมะเร็งเต้านม การตรวจแมมโม

แกรม ซึ่งเป็นวิธีการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมที่ดีที่สุดในปัจจุบัน สามารถตรวจพบหินปูนที่มีลักษณะผิดปกติในเต้านม หรือรอยโรคที่มีขนาดเล็ก

การตรวจด้วยเครื่องแมมโมแกรม แบ่งได้ 2 แบบ

การตรวจในผู้ที่ไม่มีอาการ (Screening mammography) เป็นการตรวจที่สำคัญในการคัดกรองหามะเร็งเต้านมในระยะเริ่มต้น เพราะมะเร็งบางชนิดอาจใช้เวลาในการเปลี่ยนแปลงในเนื้อเยื่อเต้านมเป็นปีหรือ 2 ปีก่อนที่ผู้ป่วยหรือแพทย์จะสามารถคลำส่วนที่ผิดปกตินี้ได้ แนะนำให้เริ่มทำการตรวจ Screening mammography ปีละครั้งเมื่อสตรีมีอายุ 40 ปีขึ้นไป สำหรับผู้หญิงที่เคยเป็นมะเร็งเต้านมหรือมะเร็งรังไข่ในครอบครัว ควรปรึกษาแพทย์ว่าควรรับการตรวจก่อนอายุ 40 หรือไม่

การตรวจในผู้ที่มีอาการ (Diagnostic Mammography)เช่น คลำก้อนได้ที่เต้านม มีการเปลี่ยนแปลงที่ผิวหนังบริเวณเต้านม หรือมีสารคัดหลั่งผิดปกติออกมาจากหัวนม (เลือด,หนอง) เป็นการตรวจเพื่อใช้ประเมินผู้ที่มีอาการผิดปกติ เช่น คลำพบก้อน หรือมีสารคัดหลั่งผิดปกติออกมาจากหัวนม

บุคคลที่ควรตรวจแมมโมแกรม

  • ผู้หญิงที่มีอายุตั่งแต่ 40 ปีขึ้นไป ควรเริ่มตรวจเป็นประจำทุกปี
  • ในกรณีที่บุคคลในครอบครัวมีประวัติสายตรงเป็นมะเร็งเต้านมในอายุน้อย หรือก่อนวัยหมดประจำเดือน ควรเริ่มตรวจเร็วขึ้น
  • บุคคลที่มีประวัติตรวจยีนผิดปกติ (Gene mutation) ได้แก่ ยีน BRCA1 และ BRCA2 หรือมีญาติสายตรงที่ตรวจพบยีนผิดปกติให้เริ่มตรวจเป็นประจำทุกปีตั้งแต่อายุ 25 ปี
  • บุคคลที่มีประวัติฉายแสงบริเวณทรวงอกขณะอายุ 10-30 ปี ให้เริ่มตรวจเป็นประจำทุกปีหลังจากได้รับการฉายแสงเสร็จสิ้นแล้ว 8 ปี (แต่อายุไมต่ำกว่า 25 ปี)
  • บุคคลที่คลำพบก้อนเนื้อ มีเลือดออกที่หัวนม หรือมีอาการผิดปกติอื่นๆที่เต้านม
  • บุคคลที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคเนื้องอกในเต้านม เพื่อติดตามผลการรักษา

ขั้นตอนการตรวจแมมโมแกรม

  • นักรังสีเทคนิคการแพทย์จะใช้อุปกรณ์บีบเต้านมเข้าหากันแล้วทำการถ่ายภาพเอกซเรย์เต้านมข้างละ 2 รูป
  • กรณีพบจุดสงสัย อาจจะมีการถ่ายรูปเพื่อเพิ่มความชัดเจน
  • แพทย์จะพิจารณาตรวจด้วยอัลตร้าซาวด์ร่วมด้วยในบางราย
  • แมมโมแกรมควรตรวจเป็นประจำปี หรือหากพบความผิดปกติ แพทย์จะพิจารณานัดตรวจเพื่อติดตามผลเป็นประจำทุก 3-6 เดือน

ฃภาวะความเสี่ยงจากการตรวจด้วยแมมโมแกรม

                การใช้รังสีในการตรวจมีความเสี่ยงเล็กน้อยจากการเกิดมะเร็งจากรังสี แต่ในปริมาณรังสีที่เหมาะสม การตรวจพบความผิดปกติในระยะเริ่มต้นมี ความคุ้มค่ามากกว่าความเสี่ยงที่จะเกิดมะเร็งแปลผลมีโอกาสให้ผลบวกที่ไม่ถูกต้องได้ (False positive) ประมาณ 5-15 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งอาจนำไปสู่การตรวจเพิ่มเติมด้วยเครื่องมือชนิดต่างๆ เช่นเครื่องแมมโมกราฟหรือเครื่องอัลตราซาวน์ (การตรวจด้วยคลื่นเสียง) หรือการเจาะตรวจชิ้นเนื้อ ซึ่งให้ผลลบคือไม่ผิดปกติได้เนื่องจากเป็นการตรวจที่มีการตั้งครรภ์ ถ้าผู้รับการตรวจสงสัยว่าจะตั้งครรภ์ต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบก่อนรับการตรวจ