บทความเพื่อสุขภาพ

ค้นหาบทความ

มะเร็งปากมดลูก

 

 

มะเร็งปากมดลูก

คุณเชื่อหรือไม่ว่า...มะเร็งปากมดลูกพบมากเป็นอันดับต้นๆ ในสตรีไทย และเป็นสาเหตุให้สตรีไทยเสียชีวิตถึง 7-9 คนต่อวัน !!!

           โดยมีสาเหตุหลายประการ แต่สาเหตุสำคัญที่สุดได้แก่ ไวรัส HPV (Human Papillomavirus) ซึ่งติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคก็ได้แก่ การฉีกขาด ของช่องคลอดในกรณีของผู้หญิงที่มีบุตรหลายคน การมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อย การเปลี่ยนคู่นอนบ่อยๆ การไม่รักษาสุขอนามัยบริเวณช่องคลอดหรืออวัยวะเพศของสามี การอักเสบและมีแผลที่ปากมดลูกและทิ้งไว้โดย ไม่ได้รักษา มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง รวมถึงการสูบบุหรี่และดื่มสุราก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคได้เช่นกัน มะเร็งปากมดลูกนั้น หากไม่ถูกตรวจพบหรือรักษาแต่เนิ่นๆมะเร็งจะลามจากปากมดลูกไปยังอวัยวะเพศและ เนื้อเยื่อชั้นในรอบๆ มดลูก จากนั้นจะแพร่ลามไปที่ต่อมน้ำเหลืองและกระดูกเชิงกราน ส่งผลให้ไต กระเพาะ ปัสสาวะ ตับ และปอดทำงานผิดปกติ และทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตในที่สุด

 

สัญญาณเตือนภัย มะเร็งปากมดลูก

1.        มีเลือดออกขณะหรือภายหลังมีเพศสัมพันธ์

2.        หลังประจำเดือนหมดก็ยังมีเลือดออกอยู่

3.        มีเลือดออกเพียงกะปริดกะปรอยคล้ายประจำเดือน

4.        มีเลือดออกนานหลายวัน หรืออาจออกทั้งเดือน

5.        เลือดคล้ายประจำเดือนออกมากจนต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อยกว่าปกติ

6.        มีตกขาวหรือตกเหลืองมาก กลิ่นเหม็นเหมือนคาวปลา

7.        ช่วงระยะที่มีตกขาวออกมาก บางครั้งอาจมีอาการปวดท้องน้อยร่วมด้วย

8.        เบื่ออาหาร ซูบซีด ผอม และอ่อนเพลีย การรักษามะเร็งปากมดลูก

 

 

แพทย์แบ่งความรุนแรงของมะเร็งปากมดลูกออกเป็นขั้นๆ ตามขนาดของมะเร็งและการแพร่กระจายของโรค นั่นคือ

ระยะที่ 1 มะเร็งอยู่ที่ปากมดลูก

ระยะที่ 2 มะเร็งจะลุกลามจากปากมดลูกไปด้านข้าง 

ระยะที่ 3 มะเร็งลุกลามไปจนถึงอุ้งเชิงกราน 

ระยะที่ 4 ซึ่งเป็นระยะสุดท้าย มะเร็งได้กระจายไปยังอวัยวะอื่นๆ อาทิ กระเพาะปัสสาวะและทวารหนัก

 

  • ซึ่งในการรักษานั้น สามารถทำได้ 3 วิธีตามความรุนแรงของโรค ได้แก่ การผ่าตัด การให้ยาเคมีบำบัด การใช้รังสีรักษา คุณป้องกันมะเร็งได้ โดยการตรวจคัดกรอง Pap Test ที่ให้ผลดีที่สุด Pap smear เป็นการตรวจภายในเพื่อหาความผิดปกติของเซลล์ที่เกิดจากเชื้อมะเร็งปากมดลูกในระยะเริ่มต้น โดยแพทย์จะใช้เครื่องมือสอดใส่เข้าไปอวัยวะเพศแล้วนำตัวอย่างเซลล์จากปากมดลูกมาตรวจหาความผิดปกติของเซลล์ หากพบว่าเซลล์มีความผิดปกติแพทย์จะทำการส่องกล้องตรวจปากมดลูก (Colposcopy) หรือตัดชิ้นเนื้อส่วนที่ผิดปกติจากปากมดลูกไปตรวจ (Biopsy) ThinPrep เป็นการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกทางเซลล์วิทยาเช่นเดียวกับ Pap smear แต่ให้ผลการตรวจที่ละเอียดกว่าถึงร้อยละ 65 โดยทั่วไปแพทย์จะแนะนำให้คุณเข้ารับการตรวจ Thin Prep เนื่องจากสามารถตรวจหาความผิดปกติของเซลล์มะเร็งปากมดลูกได้ดีกว่าวิธีการตรวจแบบ Conventional Pap Smear สมัยก่อน ThinPrep Plus HPV Test เป็นการตรวจทางชีวโมเลกุลร่วมกับการตรวจ Pap Test เพื่อหาเชื้อไวรัส HPV โดยตรง ซึ่งการตรวจแบบนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในระยะเริ่มแรกได้ถึงร้อยละ 90 - 100 โดยแพทย์จะเก็บตัวอย่างเซลล์เพื่อทำการตรวจหาเซลล์ที่ผิดปกติ และเซลล์ที่เหลือจะนำมาใช้ตรวจ HPV โดยไม่ต้องเก็บตัวอย่างซ้ำซ้อนซึ่งจะสะดวกแก่ผู้มารับการตรวจ การตรวจแบบแปบเสมียร์ (Pap Smear Pap Test) และการตรวจแบบตินเพร็พ (Thin Prep Pap Test) 

 

แตกต่างกันอย่างไร

  • Thin Prep Pap Test เป็นทางเลือกใหม่ของการตรวจค้นหาเซลล์มะเร็งปากมดลูก สามารถตรวจหาความผิดปกติของเซลล์ได้ง่ายและชัดเจนขึ้น เพิ่มความถูกต้อง แม่นยำในการตรวจ และมีประสิทธิภาพมากกว่าวิธีเดิม(แบบ Pap Smear)ถึง 65%