เรอบ่อย ท้องอืด เกิดจากอะไร? สาเหตุ วิธีรักษา และการป้องกัน

เรอบ่อย ท้องอืด เกิดจากอะไร? สาเหตุ วิธีรักษา และการป้องกัน

24 ก.ค. 2569

เรอบ่อย ท้องอืด เกิดจากอะไร?

อาการ เรอบ่อย และ ท้องอืด เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในทุกช่วงวัย หลายครั้งเกิดจากการกลืนอากาศเข้าไปมากเกินไปหรือการรับประทานอาหารบางชนิด แต่หากมีอาการเรื้อรัง หรือมีอาการผิดปกติร่วมด้วย อาจเป็นสัญญาณของโรคในระบบทางเดินอาหารที่ควรได้รับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์


สาเหตุของอาการเรอบ่อยและท้องอืด

1. รับประทานอาหารเร็วเกินไป

การเคี้ยวอาหารไม่ละเอียดหรือรับประทานอาหารอย่างเร่งรีบ ทำให้กลืนอากาศเข้าไปมาก ส่งผลให้เกิดการเรอและแน่นท้อง

2. รับประทานอาหารที่ก่อให้เกิดแก๊ส

อาหารบางชนิดสามารถทำให้เกิดแก๊สในลำไส้ เช่น

  • ถั่วต่าง ๆ
  • กะหล่ำปลี บรอกโคลี
  • หัวหอม
  • มันเทศ
  • เครื่องดื่มอัดลม
  • เบียร์

3. โรคกรดไหลย้อน (GERD)

ผู้ที่เป็นกรดไหลย้อนมักมีอาการ

  • เรอบ่อย
  • แสบร้อนกลางอก
  • จุกแน่นลิ้นปี่
  • มีรสเปรี้ยวในปาก

4. กระเพาะอาหารอักเสบ

เยื่อบุกระเพาะอาหารอักเสบจากการติดเชื้อ การใช้ยา หรือพฤติกรรมการรับประทานอาหาร อาจทำให้เกิดอาการท้องอืด แน่นท้อง และเรอบ่อย

5. ภาวะอาหารไม่ย่อย

เกิดจากการทำงานของระบบย่อยอาหารผิดปกติ ทำให้รู้สึกอิ่มเร็ว แน่นท้อง และมีลมในกระเพาะอาหาร

6. ภาวะแพ้อาหารหรือย่อยน้ำตาลแลคโตสไม่ได้

บางคนมีอาการท้องอืด เรอ หรือปวดท้องหลังดื่มนมหรือรับประทานอาหารบางชนิด


อาการที่ควรพบแพทย์

หากมีอาการต่อไปนี้ร่วมกับการเรอบ่อยหรือท้องอืด ควรรีบพบแพทย์

  • อาการเป็นต่อเนื่องนานเกิน 2-4 สัปดาห์
  • ปวดท้องรุนแรง
  • น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • กลืนลำบาก
  • อาเจียนบ่อย
  • อุจจาระดำหรือมีเลือดปน
  • อาเจียนเป็นเลือด
  • เบื่ออาหารผิดปกติ

วิธีดูแลตัวเองเมื่อมีอาการเรอบ่อย ท้องอืด

  • รับประทานอาหารให้ช้าลงและเคี้ยวให้ละเอียด
  • รับประทานอาหารเป็นมื้อเล็ก ๆ
  • หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มอัดลม
  • ลดอาหารที่ทำให้เกิดแก๊ส
  • งดสูบบุหรี่และลดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • เดินเบา ๆ หลังรับประทานอาหาร
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  • หากอาการไม่ดีขึ้น ควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์เฉพาะทาง

การตรวจวินิจฉัย

แพทย์อาจพิจารณาตรวจเพิ่มเติมตามอาการ เช่น

  • ซักประวัติและตรวจร่างกาย
  • ตรวจเลือด
  • ตรวจหาเชื้อ Helicobacter pylori
  • ส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนบน (Gastroscopy)
  • อัลตราซาวด์ช่องท้อง หากสงสัยโรคของตับ ถุงน้ำดี หรือตับอ่อน

การรักษา

แนวทางการรักษาจะขึ้นอยู่กับสาเหตุ เช่น

  • ปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหาร
  • ยาลดกรด
  • ยาลดการเกิดแก๊ส
  • ยาช่วยการเคลื่อนไหวของกระเพาะอาหาร
  • รักษาโรคกรดไหลย้อนหรือโรคกระเพาะอาหารตามคำแนะนำของแพทย์

สรุป

อาการเรอบ่อยและท้องอืดแม้จะพบได้บ่อย แต่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะหากเกิดขึ้นเป็นประจำหรือมีอาการผิดปกติร่วมด้วย การปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารสามารถช่วยลดอาการได้ แต่หากอาการไม่ดีขึ้น ควรเข้ารับการตรวจเพื่อค้นหาสาเหตุและรับการรักษาที่เหมาะสม


Q&A คำถามที่พบบ่อย

Q: เรอบ่อยทุกวันถือว่าผิดปกติหรือไม่?

A: หากเรอบ่อยหลังรับประทานอาหารอาจเป็นเรื่องปกติ แต่หากเกิดตลอดวันหรือมีอาการแสบร้อนกลางอก แน่นหน้าอก หรือปวดท้องร่วมด้วย ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ

Q: ท้องอืดเกิดจากโรคร้ายแรงได้หรือไม่?

A: ส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมการรับประทานอาหาร แต่ในบางรายอาจสัมพันธ์กับโรคกรดไหลย้อน โรคกระเพาะอาหาร แผลในกระเพาะ หรือโรคอื่นในระบบทางเดินอาหาร จึงไม่ควรละเลยหากอาการเป็นเรื้อรัง

Q: ควรหลีกเลี่ยงอาหารอะไรเมื่อมีอาการท้องอืด?

A: ควรลดอาหารที่ทำให้เกิดแก๊ส เช่น ถั่ว กะหล่ำปลี บรอกโคลี หัวหอม เครื่องดื่มอัดลม และอาหารไขมันสูง

Q: ยาลดกรดช่วยรักษาอาการเรอบ่อยได้หรือไม่?

A: หากอาการเกิดจากกรดไหลย้อนหรือกรดในกระเพาะอาหาร ยาลดกรดอาจช่วยบรรเทาได้ แต่ควรใช้ตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร

Q: เมื่อไรควรส่องกล้องกระเพาะอาหาร?

A: หากมีอาการเรื้อรัง รักษาแล้วไม่ดีขึ้น หรือมีสัญญาณอันตราย เช่น น้ำหนักลด กลืนลำบาก อาเจียนเป็นเลือด หรืออุจจาระดำ แพทย์อาจแนะนำให้ส่องกล้องเพื่อตรวจหาสาเหตุ

แพ็กเกจแนะนำ

ทั้งหมด
เพิ่มลงตะกร้าเรียบร้อยแล้ว

บทความสุขภาพอื่นๆ

ทั้งหมด

อาหารที่ดีต่อไต เลือกกินอย่างไรให้ไตแข็งแรง

ตรวจสุขภาพตามช่วงอายุ ควรตรวจอะไรบ้าง? ดูแลสุขภาพให้เหมาะกับทุกช่วงวัย

โรคภูมิแพ้ อาการ สาเหตุ วิธีรักษา | โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ศรีบุรินทร์

วิ่งอย่างมั่นใจ เช็กหัวใจก่อนออกกำลังกายด้วยการตรวจ EST ลดความเสี่ยงโรคหัวใจที่อาจไม่แสดงอาการ

โรคเส้นเลือดสมอง (Stroke) รู้ทันอาการ รักษาได้ หากเข้าถึงการรักษาอย่างรวดเร็ว

Health Check In แบบประเมินสุขภาพออนไลน์