โรต้าไวรัส

18 ม.ค. 2561

 

โรต้าไวรัส (Rotavirus)

 

          โรคอุจจาระร่วงหรือที่มักเรียกกันว่า “โรคท้องร่วง” มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อ ทั้งที่เกิดจากแบคทีเรียต่างๆ เช่น ซาโมเนลล่า (Salmonella) วิบริโอ พาราฮีโมไลติคัส (Vibrio parahaemolyticus) และไวรัส โรต้าไวรัส (Rotavirus) เป็นไวรัสชนิดหนึ่งที่มีขนาดเล็กมาก เมื่อส่องด้วยกล้องจุลทรรศน์ จะมีลักษณะเหมือน วงล้อ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคท้องร่วงเฉียบพลัน โดยเฉพาะในเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี โดยอายุที่พบบ่อย คือ เด็กที่มีอายุ 6 เดือน ถึง 2 ปี สำหรับทารกแรกเกิดมีโอกาสพบเชื้อโรคนี้ในอุจจาระได้เช่นกัน  แต่มักไม่มีอาการหรือมีอาการเพียงเล็กน้อย เนื่องจากได้รับการปกป้องและภูมิคุ้มกันจากมารดา โดยเฉพาะในทารกที่กินนมแม่ เพราะในน้ำนมแม่จะมีสารที่ช่วยปกป้องและยับยั้งการแบ่งตัวของเชื้อโรต้าไวรัสระยะฟักตัวประมาณ 24-48 ชั่วโมง ก่อนจะเกิดอาการ ไม่ใช่เพียงแต่ในเด็กเท่านั้น ไวรัสโรต้ายังสามารถติดได้แม้กระทั่งในผู้ใหญ่ ได้เช่นกัน

 

การระบาดและการติดต่อของโรค

         การระบาดของโรคท้องร่วงจากเชื้อโรต้าไวรัสนี้ สามารถพบได้ตลอดทั้งปี และพบมากขึ้นในช่วงเดือนตุลาคม-กุมภาพันธ์ของทุกปี การติดต่อเกิดจากเชื้อไวรัสเข้าสู่ปากโดยตรง โดยเชื้ออาจติดมากับมือ หรือของเล่นที่เปื้อนน้ำมูก น้ำลาย หรืออุจจาระของผู้ที่ติดเชื้อ เมื่อเด็กสัมผัสและเอามือเข้าปาก เชื้อโรคก็จะเข้าสู่ร่างกาย เนื่องจากเชื้อไวรัสชนิดนี้มีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมเป็นอย่างดี มีชีวิตได้นานหลายชั่วโมงบนมือคนเรา หลายๆ วันในพื้นผิวที่เป็นของแข็ง และ อยู่ได้นานเป็นสัปดาห์ในอุจจาระของคน การติดต่อจึงเกิดขึ้นได้ทั้งจากคนสู่คน จากการบริโภคอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อนได้

 

อาการและอาการแสดง

          เริ่มจากมีไข้และอาเจียน ประมาณ 1-2 วัน ต่อมาจะ เริ่มถ่ายอุจจาระเป็นน้ำหลายครั้ง โดยลักษณะของอุจจาระมักไม่มีมูกหรือเลือดปน หรืออาจมีมูกปนได้เล็กน้อย และอาจมีอาการหวัดร่วมด้วยได้ ในรายที่มีอาการรุนแรงถ่ายอุจจาระและอาเจียนมาก จะทำให้เกิดภาวะขาดน้ำได้ ควรสังเกต หากปากแห้ง กระหายน้ำ ปัสสาวะน้อยลง ควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วน เพราะมีโอกาสช็อก  ถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีอาจถึงแก่ชีวิตได้ หากอาการไม่รุนแรงจะหายได้เองภายใน 2-3 วัน หรืออย่างช้าไม่เกิน 1 สัปดาห์

 

การรักษา

          การรักษาโรคท้องร่วงจากการติดเชื้อโรต้าไวรัสนั้น ในปัจจุบันยังไม่มียาหรือการรักษาโดยเฉพาะ ดังนั้นเมื่อมีอาการป่วยจากการติดเชื้อโรต้าไวรัส แพทย์จะให้การรักษาตามอาการที่สำคัญ ได้แก่


          - ให้ยาลดไข้

          - ให้ดื่มหรือจิบน้ำเกลือแร่ (ORS) หรือให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ

          - การปรับเปลี่ยนประเภทของอาหารและนม ให้เหมาะสม โดยเน้นอาหารจำพวกแป้ง หลีกเลี่ยงอาหารเส้นใยจำพวกผักและผลไม้ ลดอาหารแต่ละมื้อลง แต่เพิ่มจำนวนมื้อให้บ่อยขึ้น

          - สำหรับเด็กที่ดื่มนมแม่นั้นไม่ต้องงดการให้นม แต่ในเด็กที่ดื่มนมผสมให้เจือจางครึ่งหนึ่ง โดยสลับกับดื่มน้ำเกลือแร่

 

การป้องกัน

การป้องกันโรคท้องร่วงจากโรต้าไวรัสที่สำคัญ คือ

           - ล้างมือ ฟอกสบู่ให้สะอาดทุกครั้งก่อนปรุงอาหาร หลังเข้าห้องน้ำและเปลี่ยนผ้าอ้อม

           - การดูแลทำความสะอาดสถานที่ ของเล่น ของใช้และภาชนะทุกชิ้น หลีกเลี่ยงการพาเด็กไปสถานที่แออัด

           - ดูแลสุขอนามัย อาหารและดื่มน้ำที่สะอาด

           - เมื่อบุตรหลานป่วยด้วยโรคท้องร่วง ควรรีบพาไปพบแพทย์ทันที

           - การให้วัคซีนโรต้า ซึ่งสามารถลดความรุนแรงของโรค และช่วยลดโอกาสที่เด็กต้องนอนพักรักษาในโรงพยาบาลลงได้

          ประเทศไทยในปัจจุบัน วัคซีนโรต้าเป็นชนิดรับประทาน โดยใช้หยอดทางปาก จำนวน 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อเด็กอายุ 2 เดือน และครั้งที่ 2 เมื่อเด็กอายุ 4 เดือน (วัคซีนชนิดนี้ต้องให้เร็วตามช่วงอายุ เนื่องจากเด็กเล็กมีโอกาสติดเชื้อได้เร็ว ในเด็กอายุ < 6 เดือน)

          ความสำคัญของโรคนี้ คือ การดูแลอย่าให้ผู้ป่วยขาดน้ำจนถึงภาวะช็อก ถ้ายังสามารถดื่มน้ำได้ กินอาหารได้บ้างนิดๆ หน่อยๆ ก็เบาใจได้ เพราะจะค่อยๆ ดีขึ้นเอง และให้สังเกตอาการเบื้องต้น แต่ถ้าเมื่อไรที่ไม่สามารถกินอะไรได้เลย อาเจียน แล้วถ่ายไม่หยุด ต้องรีบพามาพบแพทย์ทันที 

บทความสุขภาพอื่นๆ

ทั้งหมด

การทดสอบสารก่อภูมิแพ้ คืออะไร?

ฝุ่นPM อย่ารอให้ป่วย…ป้องกันก่อนสาย

สาระน่ารู้ เบาหวานVSสุขภาพช่องปาก

อยากรู้ว่า PCOS คืออะไร และมีวิธีรับมืออย่างไรบ้าง?

ล้างจมูก...ง่ายกว่าที่คิด เพื่อสุขภาพที่ดีของทุกคน

อย่านิ่งนอนใจ มาร่วมตรวจสุขภาพหัวใจ young health อยู่ไหม