ภาษา

บทความเพื่อสุขภาพ

ค้นหาบทความ

น้ำนมแม่.. สารอาหารที่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อย

 

น้ำนมแม่.. สารอาหารที่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อย

 

นมแม่เป็นสารอาหารที่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อย เพราะในน้ำนมแม่ ประกอบไปด้วยสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพหลายชนิด เช่น แอนติบอดี และโปรตีนต่างๆ ที่เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน สารต่อต้านอนุมูลอิสระ วิตามิน นอกจากนี้ยังมีเซลล์ที่มีชีวิตต่างๆ ทั้งเซลล์จากแม่ รวมทั้งแบคทีเรียที่ดีต่อระบบทางอาหารของทารกอีกด้วย อีกทั้งช่วยในการพัฒนาสมอง IQ & EQ พัฒนาร่างกาย วันนี้เรามาสร้างความรู้ ความเข้าใจ ให้กับคุณแม่วัยทำงาน ในการเรียนรู้วิธีการปฏิบัติตนในการให้นมลูกเมื่อต้องไปทำงานนอกบ้านกันค่ะ สำหรับคุณแม่หลายๆ ท่านที่ต้องออกไปทำงานนอกบ้าน เรื่อง การปั๊มนมแม่ และการเก็บรักษานมแม่ จึงเป็นเรื่องสำคัญสำหรับคุณแม่ที่ต้องออกไปทำงานนอกบ้านควรรู้ไว้ค่ะ

สารอาหารในน้ำนมแม่ มีความผันแปรตามระยะการผลิตน้ำนม นมแม่ที่ร่างกายแม่ผลิตขึ้นมี 3 ระยะ ในระยะแรกมักมีสีเหลือง บางคนอาจเรียกว่าน้ำนมเหลือง หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าโคลอสตรุ้ม (Colostrum) โคลอสตรุ้มนี้จะถูกสร้างขึ้นเพียงระยะ 1-3 วันแรกภายหลังการคลอดบุตรเท่านั้น และเต็มไปด้วยสารสร้างภูมิต้านทาน เช่น IgA แลคโตเฟอริน เซลล์เม็ดเลือดขาว โปรตีนต่างๆ ที่ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย น้ำนมในระยะนี้จะมีปริมาณน้ำตาลแลคโตสไม่สูงมากนัก มีปริมาณแร่ธาตุต่างๆ เช่น โซเดียม คลอไรด์ แมกนีเซียม ปริมาณสูง แต่มีปริมาณโพแทสเซียม และแคลเซียมต่ำกว่านมที่ผลิตระยะหลัง ถือได้ว่าน้ำนมระยะนี้ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้แก่ร่างกายมากกว่าการเร่งการเจริญเติบโต

น้ำนมในระยะต่อมาจะมีลักษณะขาวขึ้น เรียกว่า ระยะน้ำนมปรับเปลี่ยน (Transitional milk) คือ ระยะการเปลี่ยนจากหัวน้ำนมแม่เป็นน้ำนมแม่ จะหลั่งในช่วง 5 วันจนถึง 2 สัปดาห์หลังคลอด โดยมีส่วนประกอบที่เหมาะสมแก่การเจริญเติบโต และพัฒนาการเพิ่มมากขึ้น น้ำนมระยะที่ 3 เรียกว่า ระยะน้ำนมแม่ (Mature milk) ระยะนี้น้ำนมจะมีสีขาว มีไขมันมากขึ้น ปริมาณน้ำนมที่ผลิตจะมีมากขึ้น ประกอบไปด้วยสารอาหารต่างๆ และสารที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้แก่ร่างกาย

น้ำนมในระยะน้ำนมแม่ ประกอบด้วยธาตุอาหารหลัก ซึ่งได้แก่ โปรตีน ไขมัน น้ำตาลแลคโตส จากการศึกษาองค์ประกอบของน้ำนมภายหลังจาก 4 เดือนหลังคลอดพบว่าปริมาณของธาตุอาหารหลักในนมแม่ขึ้นอยู่ กับหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับแม่ ได้แก่ น้ำหนักของแม่ ปริมาณโปรตีนที่แม่ได้รับ การมีประจำเดือน และความถี่ของการให้นมบุตร การศึกษาพบว่าแม่ที่ผลิตน้ำนมในปริมาณมากจะมีความเข้มข้นของไขมันและโปรตีนในน้ำนมต่ำ แต่มีความเข้มข้นของแลคโตสสูงกว่าแม่ที่ผลิตน้ำนมได้น้อย

คุณค่าน้ำนมแม่ที่ผ่านการเก็บรักษา การจัดเก็บน้ำนมเพื่อใช้ในภายหลังจำเป็นต้องคำนึงสุขอนามัย ความสะอาดของอุปกรณ์และภาชนะที่ใช้ในจัดเก็บเสมอ เนื่องจากน้ำนมแม่ที่น้ำนมแม่ประกอบไปด้วยสารอาหารมากมายหลายชนิด รวมทั้งเซลล์ที่มีชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเซลล์เม็ดเลือดขาว และยังมีเซลล์แบคทีเรียที่สามารถเจริญเติบโตโดยใช้นมแม่เป็นแหล่งอาหาร และเพิ่มจำนวนมากขึ้นเมื่ออุณหภูมิเหมาะสม การจัดเก็บน้ำนมที่อุณหภูมิต่ำ เช่น การแช่แข็งอาจช่วยยับยั้งการเจริญของแบคทีเรีย แต่เอนไซม์ไลเปสยังสามารถทำงานได้ การใช้ความร้อนทำลายแบคทีเรียหรือยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ไลเปสอาจช่วยให้นมเก็บรักษาได้ยาวนานและมีความปลอดภัยจากการปนเปื้อนของเชื้อโรคต่างๆ มากขึ้น แต่ทำให้คุณค่าสารอาหารต่างๆ ในอาหารลดลง การจัดเก็บน้ำนมแม่จึงต้องคำนึงถึงวิธีที่ใช้ในการจัดเก็บ และระยะเวลาที่เหมาะสม เพื่อคงคุณค่าของน้ำนมให้ได้มากที่สุด การเก็บนมแม่ที่อุณหภูมิต่ำหรือในตู้เย็นมักได้รับความนิยมมากกว่าการใช้ความร้อน

ฝึกลูกให้ทานนมจากช้อน เมื่อถึงคราวที่คุณแม่ๆ ต้องออกไปทำงานนอกสถานที่ ต้องไม่ลืมฝึกลูกให้ทานนมแม่จากช้อนเพื่อป้องกันไม่ให้ลูกติดจุกนมหรือสับสนหัวนมจากการดูดขวดนม ซึ่งเป็นการป้องกันปัญหาลูกไม่ยอมดูดนมจากเต้านมแม่ และสิ่งที่คุณแม่ต้องเตรียมตัวก่อนออกไปทำงานนอกบ้าน ได้แก่           
1. ให้ลูกดูดนมคุณแม่ทันทีที่คุณแม่ตื่นนอน       
2. บีบน้ำนมเก็บสำรองเอาไว้
3. ควรบีบน้ำนมเก็บไว้อย่างน้อยทุกๆ 3 ชั่วโมง หรืออาจจะใช้สูตรการบีบนม 5-15-5 คือ เวลาสายและบ่ายบีบ นมนาน 5 นาที/เต้า เพื่อป้องกันนมคัด ช่วงพักกลางวัน บีบนาน 15-20 นาที/เต้า เพื่อเก็บน้ำนม   
4. คนที่ป้อนนมลูก อาจจะเป็นคุณพ่อ หรือพี่เลี้ยง ให้ป้อนนมที่บีบแล้วด้วยช้อน เพื่อฝึกลูกน้อย     
5. ช่วงเวลากลางคืนให้ลูกดูดนมจากเต้าตลอด

วิธีการเก็บรักษานมแม่และระยะเวลาที่เก็บได้

1. คุณแม่ต้องล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนบีบเก็บน้ำนม

2. บีบน้ำนมเก็บในภาชนะที่สะอาด มีฝาปิดมิดชิด อาจเป็นแก้วหรือพลาสติกแข็ง ซึ่งสามารถต้มในน้ำเดือดเพื่อฆ่าเชื้อโรคได้ หากเลือกใช้ถุงพลาสติกบรรจุนมแม่ ควรเลือกชนิด Double Zip Lock เพื่อป้องกันการรั่วซึม

3. แบ่งเก็บในปริมาณที่ลูกต้องการแต่ละมื้อ

4. ปิดภาชนะให้มิดชิด บันทึกวันที่ เวลาที่เก็บไว้ข้างภาชนะ

5. การเก็บน้ำนมในอุณหภูมิที่ยิ่งต่ำและคงที่จะยิ่งเก็บได้นาน

6. หลังจากบีบน้ำนมเสร็จแล้วควรนำน้ำนมแช่ตู้เย็นทันทีในบริเวณที่เย็นที่สุด อย่าเก็บที่ประตูตู้เย็นเนื่องจากความเย็นจะไม่คงที่

7. นมแม่ที่ยังไม่ใช้ใน 2 วัน ควรเก็บในช่องแช่แข็ง

8. นมแม่ที่ละลายหลังแช่แข็งแล้ว ถ้าใช้ไม่หมดควรทิ้ง ไม่ควรนำกลับไปแช่แข็งอีก

9. การเก็บน้ำนมแม่ในที่ทำงาน ถ้าไม่มีตู้เย็นให้เก็บในกระติกน้ำแข็งที่มีน้ำแข็งเต็มกระติกตลอดเวลา

10. เมื่อจะนำน้ำนมแม่กลับบ้านต้องแช่ในกระติกน้ำแข็งที่มีน้ำแข็งเต็มกระติก เมื่อกลับถึงบ้านให้นำน้ำนมแม่แช่ในตู้เย็นทันที

 

การจัดเก็บนมแม่ในรูปแบบต่างๆ

1. อุณหภูมิห้องที่สูงกว่า 25 °C สามารถเก็บไว้ได้ 3-4 ชั่วโมง

2. อุณหภูมิห้องที่ต่ำกว่า 25 °C สามารถเก็บไว้ได้ 6-8 ชั่วโมง

3. กระติกแช่เย็นด้วยน้ำแข็ง สามารถเก็บไว้ได้ 24 ชั่วโมง

4. ตู้เย็น (4 °C) สามารถเก็บไว้ได้ 24 ชั่วโมง 2-3 วัน

5. ช่องแช่แข็งในตู้เย็นประตูเดียว (-15 °C) สามารถเก็บไว้ได้ 2 สัปดาห์

6. ช่องแช่แข็งในตู้เย็น 2 ประตู (-18 °C) สามารถเก็บไว้ได้ 3 เดือน

7. ตู้แช่แข็ง (-20 °C) สามารถเก็บไว้ได้ 6-12 เดือน

 

การนำน้ำนมแม่ที่แช่เย็นมาใช้

1. ลำดับแรกคุณแม่ควรให้น้ำนมที่สดใหม่กับลูกก่อนเสมอ แล้วถึงจะเป็นน้ำนมที่แช่ในช่องธรรมดาของตู้เย็น น้ำนมที่แช่แข็ง ตามลำดับ เพื่อคงประโยชน์สูงสุดจากนมแม่

2. กรณีน้ำนมแม่ที่แช่ช่องแช่เย็นธรรมดา  สามารถให้ลูกกินนมที่เย็นได้หรืออาจนำมาวางไว้นอกตู้เย็น เพื่อให้หายเย็นก่อนป้อนให้ลูกหรือถ้าต้องการให้นมอุ่น หรือต้องการรีบให้ลูกกินอาจนำไปแช่ในน้ำอุ่นเล็กน้อย

3. น้ำนมแม่ที่แช่แข็งไว้ ให้ทำการละลายด้วยการนำมาแช่ในตู้เย็นปกติประมาณ 12 ช.ม. หลังจากนั้นจึงนำมาแช่ในน้ำอุ่นก่อนนำมาให้ลูกกิน ไม่ควรนำไปอุ่นด้วยการนำเข้าไมโครเวฟ หรือละลายในน้ำร้อนจัด เพราะจะเป็นการทำลายเซลล์ที่มีชีวิตที่อยู่ในน้ำนมแม่

4. น้ำนมแม่ที่ลูกทานไม่หมด ให้เททิ้ง ห้ามเก็บไว้ให้ลูกทานต่อ

 

เป็นอย่างไรกับบ้างคะ สำหรับความรู้เกี่ยวกับ ประโยชน์จากน้ำนมของแม่ ตลอดจนวิธีการเก็บรักษา  เชื่อว่าคุณแม่หลายๆ ท่านก็คงจะคลายความกังวลไปได้บ้าง เมื่อได้ทราบถึงประโยชน์จากนมแม่ที่มีต่อลูกน้อย หรือกระทั่งหลักการในการเก็บรักษาน้ำนมแม่ให้คงคุณภาพสูงสุด แต่ถ้าหากว่าคุณแม่ท่านไหนยังต้องการความรู้ความเข้าใจเพื่อที่จะนำมาดูแลลูกน้อยให้ดีที่สุด โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล รัตนาธิเบศร์ มีอบรมคลาสคุณแม่คุณภาพ ฟรีทุกเดือน สามารถลงทะเบียนสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ แผนกการตลาด เบอร์ 098-270-9055 คุณโบ๊ท และปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ที่ Call Center 1218 ต่อ 1440, 1458 (ศูนย์กุมารเวช) โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล รัตนาธิเบศร์

ติดตามข้อมูลข่าวสารและกิจกรรมดีๆ ผ่านทาง Fanpage https://www.facebook.com/rtbInter/